11 มิถุนายน 2569

Moto Insider

Bulega ที่ Misano — ล่าประวัติศาสตร์ WorldSBK ต่อหน้าแฟนบ้านเกิด สู่ระดับตำนานในวัย 26 ปี

Bulega ที่ Misano — ล่าประวัติศาสตร์ WorldSBK ต่อหน้าแฟนบ้านเกิด สู่ระดับตำนานในวัย 26 ปี

11 มิถุนายน 2569

สุดสัปดาห์นี้ที่ Misano World Circuit Marco Simoncelli ไม่ได้มีความหมายเพียงแค่สนามเหย้าของ Ducati หรือการแข่งขันในบ้านเกิดของนักบิดอิตาเลียน แต่สำหรับ Nicolo Bulega มันคือโอกาสที่จะก้าวเข้าสู่หน้าประวัติศาสตร์ของ WorldSBK อย่างเป็นทางการ ต่อหน้าแฟนมอเตอร์สปอร์ตในบ้านเกิดของตัวเองในวัยเพียง 26 ปี

22 เรซติดต่อกัน — ตัวเลขที่ไม่ธรรมดา

ณ ขณะนี้ Bulega คือนักบิดที่ร้อนแรงที่สุดในวงการ Superbike โลก ด้วยสถิติชนะ 22 เรซติดต่อกัน และในฤดูกาลปัจจุบันเพียงฤดูกาลเดียว เขากวาดชัยชนะไปแล้วถึง 18 ครั้ง ตัวเลขนี้ทำให้เขาครองอันดับ 3 ตลอดกาล ในแง่จำนวนชัยชนะต่อฤดูกาล

สองอันดับเหนือกว่าในบัญชีนี้คือ Toprak Razgatlioglu ที่เคยทำไว้ 21 ครั้ง และ Alvaro Bautista เจ้าของสถิติสูงสุดตลอดกาลที่ 27 ครั้ง ในปี 2023

กวาด 3 เรซที่ Misano — เทียบเท่า Toprak ทันที

หาก Bulega สามารถคว้าชัยได้ครบทั้ง 3 เรซ ที่ Misano สุดสัปดาห์นี้ ตัวเลขชัยชนะในฤดูกาลของเขาจะขยับขึ้นเป็น 21 ครั้ง เทียบเท่ากับ Razgatlioglu ทันที และยังเปิดทางให้เดินหน้าไล่ล่าสถิติสูงสุดของ Bautista ต่อได้ในช่วงที่เหลือของฤดูกาล

75 โพเดียม — ก้าวขึ้นสู่อันดับ 11 ตลอดกาล

นอกจากสถิติชัยชนะ ยังมีอีกหนึ่งตัวเลขที่ทำให้ Misano รอบนี้มีน้ำหนักพิเศษยิ่งขึ้น ปัจจุบัน Bulega มีโพเดียมสะสมใน WorldSBK อยู่ที่ 74 ครั้ง หากเขาขึ้นโพเดียมได้อีกเพียงครั้งเดียว ตัวเลขจะขยับเป็น 75 โพเดียม เทียบเท่ากับ Marco Melandri และ Colin Edwards ซึ่งร่วมครองอันดับ 11 ตลอดกาล

ก้าวขึ้นสู่ระดับ Melandri — ในฐานะนักบิดอิตาเลียน

สำหรับ Bulega ในฐานะนักบิดสัญชาติอิตาเลียน ตัวเลข 75 โพเดียมนี้มีความหมายลึกซึ้งกว่าแค่สถิติทั่วไป เพราะ Marco Melandri คือเจ้าของสถิตินักบิดอิตาเลียนที่มีโพเดียมมากที่สุดในประวัติศาสตร์ WorldSBK และ Bulega กำลังจะยืนในระดับเดียวกันกับรุ่นพี่ผู้เป็นตำนาน ต่อหน้าแฟนๆ ที่เดินทางมาเชียร์อย่างคับคั่งในบ้านเกิดของตัวเอง

บททดสอบที่แท้จริงของ Bulega

Misano สุดสัปดาห์นี้จึงมีมิติที่ซ้อนทับกันหลายชั้น ทั้งในแง่ของการแข่งขัน, บทพิสูจน์ความสม่ำเสมอ และน้ำหนักของแรงกดดันที่มาพร้อมกับความคาดหวังในบ้านเกิด คำถามที่แท้จริงจึงไม่ใช่แค่ว่า Bulega จะชนะหรือไม่ แต่คือเขาจะแปลงแรงกดดันทั้งหมดนั้นให้กลายเป็นตัวเลขในประวัติศาสตร์ WorldSBK ได้อีกครั้งหรือไม่